Typoripper

โปรเจคต์เก่าจากปีที่แล้วในคลาส Typography เราทำเป็น Independent Project ที่ทดลองเอาตัวหนังสือมา Treat แบบเดียวกับการฆ่าหั่นศพ ได้แรงบันดาลใจมากจากแนวคิด Crime as Art ที่นักทฤษฎีแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ บางคนเสนอมา

ลองทำทั้งกับ Paragraph และตัว Alphabet ก็สนุกดีนะ

J5184x3456-08249J5184x3456-08247J5184x3456-08250J5184x3456-08252

Advertisements

Jujijukjik

งานนี้ทำ Packaging สไตล์เพ้อๆ เฟื่องๆ อีกแล้ว มันเป็นโครงสร้างที่เพื่อนเรา (เป้) หามาทำโคมไฟตอนทำงานกลุ่มปีหนึ่ง ซึ่งเราก็จิ๊กมารีไซเคิลอีกรอบสองรอบ จนมารอบนี้มันกลายพันธุ์ไปเป็นถุงใส่เครื่องเขียนแบบพรีเมียมไปซะเฉย

ในที่นี้ เจ้าของบล็อกก็ขออนุญาตลงรูปให้สะใจไปเลย

1.jpg

 

Pray Station สำหรับคนนอนไม่หลับ

หนังสือสวดมนต์ทรงกระบอก จากแนวคิด Resonance of Dhamma ที่ดึงเรื่องความถี่ของจักรวาลและคลื่นความถี่เธต้าเมื่อสมองเริ่มเข้าสู่ภาวะนอนหลับมาปรับเข้าด้วยกัน


เราคิดว่าถ้าทำให้คนอ่านคลื่นสมองช้าลงได้จากการทำกิจกรรมบางอย่างก็น่าจะดี เลยตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนเครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราออกแบบโดยเน้นฟังก์ชันให้อ่านบทสวดมนต์เป็นรูปคลื่นและกระตุ้นให้คนอ่านเกิด Periodic Motion (การเคลื่อนไหวซ้ำทาง) โดยจงใจให้หน้ากระดาษวางในแนวนอนและแคบ เพื่อบังคับให้ต้องเปิดถี่ๆ

การออกแบบจัดวางตัวอักษร จัดเป็นรูปคลื่นแยกพยางค์ และสร้างระบบสัญลักษณ์การลากเสียงต่ำ เสียงสูงเพื่อช่วยให้ออกเสียงได้มีความถี่ถูกต้อง

พี่ม้ายย ช่วยเย็บเล่มล่ะ

DSCN919221587431_1455497684557976_668606434014442682_o21765571_1455497697891308_3776308164763506470_oScreen Shot 2560-10-14 at 7.34.31 PMScreen Shot 2560-10-14 at 7.34.23 PM21686797_1455497694557975_2925010802385208168_o21686712_1455497701224641_6099453005571349119_o21586917_1455497594557985_6434657391051518710_o

สิ่งที่ยากที่สุดของงานนี้นั้น ไม่ใช่กราฟิกหรือการเย็บเล่ม แต่เป็นการจัดหน้า!!!!!!!!!!

หนีงานมาอัพบล็อก ลายผ้ากุหลาบ

ตามหัวข้อเลย ตอนนั้นทำเรื่องบางรักนี่แหละแล้วก็ทำโพรดัคต์เป็นผ้าพันคอลายกุหลาบดอกไม้หวานๆ ใช้สีอะคริลิค ซึ่งเราว่าสนุกดี ไม่ได้เพ้นต์นานแล้ว

16991710_1234454393328974_8896379250411077840_o-2.jpg16904859_1234455146662232_2314198192183859976_o.jpg

Don’t wear such a grim face!

artboard-13.jpgArtboard 15

ไม่ได้อัพบล็อกมาตั้งแต่เรียนจบปี 2 แน่ะ เพราะว่าปิดเทอมนี้ไปฝึกงานมาที่ Sarintgamol Textile Studio ล่ะ พี่ลูกหนูเจ้าของสตูดิโอให้น้องฝึกงานทำโปรเจคต์ส่วนตัวคนละอย่างมานำเสนอ ซึ่งเราก็บ้าๆ บอๆ ทำของที่ตัวเองอยากได้ไป

โปรเจคนี้ชื่อ Don’t wear such a grim face! ซึ่งตั้งใจจะบอกอ้อมๆ ว่า Wear a Grimm’s instead! ฮิๆ

พอดีโรคคลั่งยุคกลางยังไม่หายขาด ก็เลยเอาเรื่องนี้มาทำอีกแต่เป็นส่วนของนิทานกริมม์แทน ความลับของเราก็คือว่าจริงๆ ก่อนขึ้นประถมหนึ่งยังอ่านหนังสือไม่คล่องเท่าไร แม่ซื้อนิทานกริมม์มาให้อ่านชุดนึงมีหกเล่ม แล้วมันสนุกมากจนเราต้องยอมอ่านเอง รอให้คนอื่นอ่านให้ฟังไม่ไหวแล้ว สุดท้ายก็เลยเรียกได้ว่าชอบอ่านหนังสือไปเลยเพราะนิทานกริมม์นี่แหละ คิดว่ารากฐานการชอบเรื่องลึกลับของเราก็ต้องมาจากนิทานนี้ด้วยแน่ๆ เพราะเรื่องมันค่อนข้างโหดร้ายสำหรับเด็ก แม่คงไม่ได้สกรีนก่อนซื้อชัวร์

Artboard 7.jpg
ยุคกลางของฉัน
Artboard 4.jpg
รวบรวมภาพประกอบนิทานกริมม์มาดูซิ

โปรเจคต์เราคือ ทำ accessories ที่ได้แรงบรรดาลใจจากนิทานกริมม์ เราก็เลือกเรื่องที่แปลกๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักมาทำเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ด้วยเทคนิคพวก felting ปักผ้า โครเชต์ ผสมกัน ผลคือทำนานมากกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใช้เวลาทำอยู่เป็นเดือนเลย นั่งทำจนตาหลุด แม่ก็ด่า (ใช้แม่ถักโครเชต์) แต่สุดท้ายก็คิดว่าออกมาน่ารักดีเหมือนกันนะ

ขอบคุณพี่ลูกหนู advisor ฮ่าๆๆๆ สำหรับการฝึกงานที่สุดแสนเม้ามอยและสนุกสนาน ขอบคุณแม่ที่คอยนั่งช่วยตลอด ทั้งปักไข่มุกและถักโครเชต์ ขอบคุณท๊อตตี้ที่น่ารักก ช่างกล้องของเราที่อุตส่าห์ออกจากบ้านมาถ่ายรูปให้โดยเฉพาะ ขอบคุณพี่เบญ ช่างกล้องที่น่ารักอีกคน ขอบคุณพี่ปุ๋ยและพี่ปิงปองผู้น่ารักก ขอบคุณพี่ณัฐพี่ปั้นที่คอยทนเราส่งรูปไปอวดด้วยค่ะ ขอบคุณเจ้ามายสำหรับคำแนะนำและปรึกษาด้วย

ชิ้นแรกคือ Rapunzel’s Bonnet

Screen Shot 2560-08-11 at 4.21.07 PM.png

จริงๆ แล้วใครๆ ก็รู้จักเรื่องราพันเซล แต่เราไม่ได้สนใจหรือชอบเรื่องของเจ้าหญิงผมยาวนี่เลย ยกเว้นที่ว่าราพันเซลได้ชื่อนี้มาเพราะแม่ราพันเซลแพ้ท้องอยากกินผักกาด (ผักกาดชื่อราพันเซลของเยอรมัน) พ่อเลยไปขโมยผักในสวนแม่มดมาให้กิน ชอบแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เลยอยากทำสวนผักกาดเป็นผ้าโพกหัว

งานนี้ก็สนุกตรงที่ปักดีเทลดอกไม้ตรงขอบที่สุดเลย เพราะผักแม่เป็นคนถัก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลายปักดอกไม้ที่ขอบไม่เหมือนกันทุกดอกเลยนะ

DSCN9156.jpgArtboard 6.jpg

 

เซ็ตเข็มกลัดมีทั้งหมด 4 ชิ้นมาจากคนละเรื่องกันหมดเลย

1 – เข็มกลัด ‘สิงโตชอบกินขนมปัง’ จากเรื่อง Water of Life

เล่าย่อๆ ประมาณว่า พระราชาแก่มากเลยใช้ลูกสามคนไปตามหาน้ำอมฤทธิ์ ตามสไตล์นิทาน พี่ชายสองคนก็ปากไม่ดี เลยไปพูดจาดูถูกคนแคระที่รู้ว่าเคล็ดลับการปราบปราสาทที่น้ำนี้อยู่ทำยังไงถึงจะรอด ก็เลยเดี้ยงหาไม่เจอ แต่น้องชายคนสุดท้องใจดีเลย คนแคระเลยเอาขนมปังให้สองก้อนบอกว่าให้โยนให้สิงโตที่เฝ้าปราสาทอยู่กิน มันจะได้หลับไปไม่มาวอแว

screen-shot-2560-08-11-at-4-36-26-pm.png

DSCN9119

 

2 – เข็มกลัด ‘เตาเหล็กซ่อนคนหล่อ’ จากเรื่อง The Iron Stove

เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหญิงไปเดินเล่นแล้วเจอเตาเหล็กทิ้งขว้างอยู่ในป่า เตาพูดได้บอกว่าให้ช่วยเขาออกไปที เจ้าหญิงเลยเอาส้อมขูดๆ เป็นรูมองเข้าไปเห็นตาอันสวยงามอยู่ข้างในจึงสรุปว่าต้องเป็นคนหล่อแน่ๆ เรื่องต่อจากนี้ก็ตามระเบียบ มีการหักหลังและคบชู้

 

DSCN9125

 

3 – เข็มกลัด ‘คนแคระขนไข่มุกมากเกินไปจนมองไม่เห็นตัว’ จากเรื่อง Snow-white and Red-rose

เป็นเรื่องที่ไร้คุณธรรมสอนใจพอควร มีพี่น้องผู้หญิงหน้าตาดีสองคนอยู่กับแม่ในบ้านกลางป่า อยู่มาวันนึงก็มีหมีมาขออยู่ด้วย หมีใจดี แต่ตอนกลางคืนหมีจะออกไปเฝ้าสมบัติของหมี วันหนึ่งพี่น้องเดินในป่าเจอคนแคระหอบของมาเยอะแยะและสะดุดรากไม้หน้าคว่ำ เคราพันกัน พี่น้องเลยช่วยกันเอากรรไกรมาตัดเคราออกทำให้คนแคระโมโหมาก เรื่องก็เกิดซ้ำๆ จนคนแคระเคราสั้นลงเรื่อยๆ ตอนจบสรุปว่าสมบัติที่คนแคระหอบของไข่มุกของหมีที่อุตส่าห์เฝ้าอยู่นาน หมีโมโหฆ่าคนแคระ หมีจริงๆ แล้วเป็นพระราชาโดนสาปมา จบ

Artboard 14

DSCN9135

 

4 – เข็มกลัด ‘ไปหยิบแอปเปิ้ลจนหัวหลุด’ จากเรื่อง The Juniper Tree

โหดร้ายและไม่เหมาะกับเด็กด้วยประการทั้งปวง เรื่องมีอยู่ว่า เด็กผู้ชายอยู่กับน้องสาว แม่เลี้ยง และพ่อ วันหนึ่งแม่เลี้ยงใช้ให้เด็กผู้ชายไปหยิบแอปเปิ้ลในหีบ พอเห็นเด็กก้มหัวลงไปก็เลยได้ทีปิดฝาหีบดังฉึบ หัวหลุดลงไป แม่เลี้ยงเลยฉลาดเอาหัวไปตั้งไว้บนตัวแล้วใช้ให้ยายน้องสาวไปสะกิดปลุกพี่ชาย น้องสาวสะกิดปุ๊บหัวก็โคลงเคลงลงมา น้องตกใจใหญ่ เรื่องต่อจากนี้ก็คือพี่ชายได้ไปเกิดใหม่เป็นนกที่ชอบร้องเพลงบนต้นจูนิเปอร์ ร้องไปร้องมาก็คาบเอาหินโม่มาทับคอแม่เลี้ยงหักแก้แค้นซะเลย จบ

artboard-12.jpg

DSCN9137

 

 

 

DSCN9155

รูปรวมข้าวของต่างๆ

Water, Fire, Horse’s foot and Hound’s tooth

u.jpg

ทำผ้าพันคอในโปรเจควิชา Illustration ที่พี่กราฟมาสอน คราวนี้ให้เน้นทำรีเสิร์ชกับดรออิ้งทดลองเยอะ เอนจอยพาร์ตรีเสิร์ชมาก เพราะกำลังอินยุคกลางได้สักพักแล้ว เราเลยเอาเรื่องการทำพิธีศีลจุ่มให้ทารกในยุคกลางที่อยากปกป้องเด็กให้พ้นจาก น้ำ ไฟ ตีนม้า ฟันหมา มาใช้ พูดแล้วมันดูมีทั้งเหนือจริงและซีเรียสไป

พร้อมกันดี อันนี้เป็นมู้ดบอร์ดตอนทำงาน ตลกดี ได้ลองวาดไปเยอะพอสมควรแต่ไม่ได้ถ่ายมาด้วย

moodboard

มีการ์ดประกอบ

Postcard

Work from Typo Class

งานคลาสไทโป ตอนเทอม 1 ให้จับฉลากประเภทหนังแล้วไปทำโปสเตอร์ที่มีแต่ Typography ล้วนๆ มา เราได้หนังประเภท… อีโรติก ฮาๆๆๆๆๆ

เคยดูอยู่ไม่กี่เรื่อง เลยเลือกอันที่ Recent ที่สุดคือ Handmaiden

พูดถึงหนังนิดนึง หนังพัคชานอุกเป็นแนวที่จริงๆ เหมาะกับเราพอสมควร แต่เรากลับไม่ชอบมาสเตอร์พีซของเค้าอย่าง Oldboy เท่าไร ดูแล้วเครียด แต่ชอบ Stoker มากๆ ด้วยบรรยากาศ เนื้อเรื่องที่ไม่เครียดเกินไปแต่สยองอย่างสวยงาม มาถึง Handmaiden ก็เป็นหนังที่เราชอบพลอตและ Art Direction มาก เป็นตัวจุดประกายให้เราหันมาสนใจ 1930 และบรรยากาศญี่ปุ่นครองเกาหลีตอนนั้นด้วย

หนังเกาหลีที่พูดถึงช่วงเวลานี้มีเยอะหน่อยในปี 2015-2017 ทั้ง Assassination (นำแสดงโดยจอนจีฮยอน) The Silenced (พัคโบยอง พัคโซดัม) มาถึง Chicago Typewriter

ส่วนฝั่งญี่ปุ่น เราได้สัมผัส 1930 ผ่านงานของรัมโปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งน่าสนใจดีว่าทั้ง The Silenced, Handmaiden และรัมโปก็พูดเรื่องทำนอง Erotic, Horror เหมือนกันเลย

ตัวหนังเรายังไม่เคยดูหนังที่เอาของรัมโปมาสร้าง เคยแต่ดูละครพิเศษ Akechi Kogoro VS Kindaichi Kousuke ซึ่งอาร์ตไดดีมากกกกก เป็นละครพิเศษที่ทุ่มทุนและฉากสวย บวกเราชอบนักสืบทั้งสองคนอยู่แล้ว บวกนักแสดงหล่อ ฮาๆๆๆๆๆ (ยามะพีเป็นคินดะอิจิที่น่ารักมาก)

มาถึงงาน ทำเป็นแนวกราฟิ๊กกราฟิกเนอะ ซึ่งก็ไม่แปลกเท่าไรเพราะถูกบังคับให้ใช้แต่ Typography

เราทำเป็นชื่อเรื่องสองภาษาซ้อนกันอยู่ในคำเดียว สนใจว่าชื่อเรื่องสองเวอร์ชั่นมีความหมายถึงตัวละครหลักคนละตัวกัน

Handmaiden หมายถึงสาวใช้ ในขณะที่ 아가씨 (อากาชี) หมายถึงคุณหนู ดังนั้นเราจึงแทรกฮันกึลลงไปในคำภาษาอังกฤษซะเลย

Handmaidenfinal-02.jpg

Mural ตลกๆ และ Review ปี2

ทำมูรอลร้านขายอาหารรสชาติประหลาดจากทั่วโลก สนุกดีตอนปั้นดิน ในโมเดลร้านใช้ texture ดินตกแต่งด้วย แต่ร้านไม่สวยเลยไม่ลงดีกว่า เฮ้อ

mural.jpg

ปีนี้เป็นปีที่มีขึ้นและลงมากกกก พี่ๆ เคยบอกว่าปีสองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น สนุกขึ้น ตอนเรียนเทอมหนึ่งคือ นี่กูโดนหลอกใช่ม้ายยยยย เวรี่ทรมาน ทรมานเหมือนโดนโยนไปอยู่อะไรก็ไม่รู้ที่ต้องร้องไห้ทุกวันและเกลียดการบอกตัวเองต้องเริ่มแล้วไม่งั้นจะไม่มีส่ง

เทอม 1 เรียน Typography สองตัว Color หนึ่งตัว

พอตอนนี้เพิ่งมาคิดได้ว่าจริงๆ มีความสุขกับวิชาไทโปสองตัวมากเลย แบบทำสนุกหลายงาน หรืออย่างงานไฟนอลตัวใหญ่ก็ไม่สนุกเท่าไรแต่จบออกมาแล้วงานค่อนข้างออกมาถูกใจ แต่ว่า Color นี่สิที่ไม่เข้าใจเลย ทำอะไรก็ไม่โอเคสักอย่าง พอมาเทอมสองเรียน Environmental Graphic, Web Design แล้วก็ Illustration ก็โอเคหมดนะ ชอบพอสมควรโดยเฉพาะเว็บ

Illustration อาจารย์ให้ทำ Information Graphic สองโปรเจค ถ่ายรูปโปรเจคนึง แล้วก็ไฟนอลที่ทำอยู่ตอนนี้เป็น Printed Textile เป็นวิชาที่หลากหลายแบบงงๆ แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างโปรเจค Information ก็เป็นครั้งแรกที่ลงไปรีเสิร์ชแบบสัมผัสขนาดนั้น แล้วก็ดีใจที่ตัดสินใจเลือกหัวข้อที่มันรีเสิร์ชยุ่งยากหน่อยแต่เป็นหัวข้อที่ตัวเองสนใจจริงๆ คือเรื่องพ่อค้าแม่ค้าดุของเยาวราช

งานวิชา Environmental Design คือโจทย์ตามใจคนทำอยู่ เลยใส่เรื่องที่สนใจเข้าไปแทบทุกงานเลย งานแรกเป็นให้ทำพวก Signage ก็เลยเอาเรื่องผีญี่ปุ่นมาใช้ งานที่สองทำ Exhibition ก็เอารัมโปมาทำ งานสุดท้ายคือทำร้าน Retail เรากำลังคลั่งบล็อก salmiyuck.com อยู่ (เดี๋ยวจะมารีวิวให้ฟัง เป็นบล็อกของพี่อเมริกันคนนึงที่เกลียดอีขนมชะเอมเค็มนี่มาก แต่มาโซคิสม์ ชอบให้เพื่อนชาวฟินนิชส่งมาให้รีวิวลงบล็อกละก็ให้คะแนนเป็นระดับ มีระดับ Caustic คือเลวสุด) ก็เลยทำเป็นร้านขายอาหารรสชาติประหลาดจากทั่วโลก

พอได้เอาเรื่องที่ตัวเองสนใจมาทำงานมันก็มีไฟดี เทอมแรกหัวข้องานในวิชา Colour มันอาจจะมีความบังคับบางอย่างให้เราต้องทำเรื่องที่ไม่ได้อินมาก เช่นละแวกบ้านของเรางี้ (แต่เรื่องเกาหลีเหนือก็อินนะ อันนั้นเลยออกมาพอโอเค) เทอมนี้เลยพอจะทำสนุกๆ ไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีโอดครวญบ้างบางครั้ง

วิชา Web Design มันส์มากกกกก ทำส่งเว็บละสัปดาห์ แต่แฮปปี้มากอยากทำทุกวีคเลย ช่วงแรกๆ ตอนทำ Redesign ยังเฉยๆ อยู่ พอมาทำเว็บให้เมืองที่ชอบ คนที่ชอบ วงที่ชอบ อะไรแบบนี้คือเล่นเละเทะ อยากทำไรทำ ชอบกว่าทำ Print เพราะเว็บมีความเคลื่อนไหว มีความ Interactive ซึ่งเราเป็นคนชอบอะไรแบบนี้มาก อยากให้คนดูเล่นกับงานเราได้ ก็เล่นมุกไปเรื่อย ทำเมืองเกี่ยวกับย้อนเวลาก็ย้อนมันเข้าไป ทำเว็บเอเคบีก็ใส่ทุกอย่างให้เยอะแบบให้มันค้างไปเลย ไรงี้ 55555555 เออถูกใจมากๆ อยากจะทำเว็บอีก คงต้องเรียนโค้ดเพิ่มเพราะตอนนี้ยังตะกุกตะกักอยู่เลยขนาดจะเขียนเว็บหน้าโง่ๆ ง่ายๆ เศร้าใจไม่เบา

สรุปแล้วปีสองเป็นปีที่มีทั้งดีและร้ายจริงๆ เย้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าได้ค้นพบด้านเล็กๆ ของตัวเอง ได้คอนเฟิร์มสิ่งที่ตัวเองทำได้ และสิ่งที่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ สิ่งที่ตัวเองรู้สึกสนุกด้วยมากขึ้น

นอกจากเรื่องเรียน ปีสองก็ทำให้เราต้องทำงานกลุ่ม ฮือออออออออออออ งานกลุ่มก็ผลออกมาค่อนข้างโอเคล่ะมั้ง ฮาๆๆๆๆๆๆ เครียดเรื่องงานกลุ่มนี่แหละเทอมสอง

เหลืองานสุดท้ายส่งวันมะรืนนี้ ฮึบ

9. My Portfolio

ฮาๆๆๆๆ ทำเว็บพอร์ตตัวเอง สนุกมากกกชอบมากกก เสียดายว่าทำน้อยไปหน่อย โค้ดไม่เป็นด้วย ลองโค้ดดูหน้านึงภูมิใจอ่อนๆ

เรียนจบคลาสนี้แล้ว แต่จะยังอัพบล็อกต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ขี้เกียจไปซะก่อน ไว้ปีกกล้าขาแข็งจะไปเปิดเว็บตัวเองกับเค้าบ้าง ชอบวิชาทำเว็บมาก (เผื่อคนสอนมาอ่าน) อยากตั้งใจทำทุกชิ้นเลยแม้ว่าจะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

หน้าแรก เปิดมาให้เอาเม้าส์ hover ปัดลูกเทนนิสสีเหมือนผลไม้ออกให้พ้นทางเพื่อหาลูกที่มีตาของเราฝังอยู่ แล้วคลิกเข้าไป

giphy

พอคลิก จะมาเจอผิวหนังอักเสบของเรา ซึ่งจะมีสิวขึ้นมามากมาย แต่ละเม็ดคือ category งานในพอร์ต พอคลิกแล้วสิวจะบวมอักเสบขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเม็ด Biography จะขึ้นมาเป็นกล่องแบบในภาพ กดย้อนกลับที่ลูกเทนนิส เมนูลอยครอบหน้าจอตลอดเวลา เมื่อกดเม็ด category งาน หน้าจอจะเลื่อนลงไปบริเวณที่งานชนิดนั้นอยู่ แต่ถ้า scroll ลงไปเลยจะเห็นงานวางเรียงกันไปยาวๆ

giphy1

แบบนี้

2

หน้าแยกงาน อันนี้ยังไม่ค่อยสวยแต่ไม่คิดอะไรมาก เป็นหน้าเดียวที่โค้ดออกมาได้ ฮาๆๆๆ

4

จบแว้ว อยากมีเว็บเป็นของตัวเองจริงๆ จัง