Q&A: Week 11

It has come to the last week. The challenge was to mix an adjective of our own choice (I picked Tsundere – the act of a person who’s cold outside warm inside) + Sports style + New Wave style. I picked out some of my favourites to show in here.

Advertisements

Q&A : Week 10

This time I come up with the mixture of High Modern style and Tactile. Had a good time making these guys here

Q&A : Week 6

It’s Olympics 2018! We tried the Sports style this week. With vibrant colours, motion and movement of people in various dynamic acts, we figured how to answer stuff in a way close to that of the Olympians as much as possible. Surprisingly hard for a style that’s very obvious in elements and wide spread in everyday life.

I never really liked watching nor doing sports of any kind. I do watch sports dramas (for the sake of my favourite Japanese actor anyway, not the sports itself).

Q&A : Week 5

On this week we accepted the challenge to mimic the 80’s New Wave graphic style. I was surprised at the class’s overall outcome. (At least I thought) we all did exceptionally well this week, perhaps we’ve always been the type to use silly elements with no obvious reason nor function. These are my collection but one day I’d love to show my friends’ version to you too.

Q&A : Week 3

In a sad mood tonight but I got a lot of work done at least. This week the challenge is to answer a little more personal stuff like views on romantic relationship and how things are at home with ‘High Modern’ graphic school. I was given the example works of Max Bill, El Lissitzky, Kazimir Malevich and Josef Muller Brock to form a rough idea what ‘High Modern’ is. Notice the use of only primary colours, light cream and grayish black.

High Modern is not exactly Minimalism. As you can see my work is far from being minimal. I enjoyed making them greatly, it also didn’t consume so much time as it did last week with craft and tactile. I personally love several pieces myself and was quite proud!

Q&A : Week 2

Questions about personal and more abstract qualities, answered in craft and tactile. I had so much fun with the task this week. Luckily I have so many kinds of materials to choose from. Lucky I have always been making useless craft! 8)

ไปเที่ยวสวนผัก : Wide and Narrow

บ้านเราอยู่แถวสวนผัก บริเวณชานเมืองกรุงเทพ – นครปฐม – นนทบุรี ถ้าใครนึกไม่ออกให้คิดถึงแถวปิ่นเกล้า บางใหญ่ พุทธมณฑล อะไรประมาณนั้น

ตอนได้โจทย์มากลุ้มใจมาก เพราะที่บ้านโคตรจะห่างไกลความเจริญเลย เซเว่นที่ใกล้ที่สุดประมาณสองกิโล แต่คิดอีกทีก็มีเรื่องประหลาดที่เราสังเกตได้เกี่ยวกับละแวกบ้านตัวเอง คือสเกลมันประหลาดๆ ยังไงชอบกล เดี๋ยวๆ ก็มีคฤหาสน์ใหญ๊ใหญ่ บ้านเพิงกระต๊อบเล็กเล็ก เลยจับเรื่องตรงนี้มาทำเป็นแนวคิด ความเหลื่อมล้ำของขนาดพื้นที่

ฟังดูเหมือนแง่ลบ แต่เราอยากพูดเรื่องนี้ให้เหมือนวิธีที่ผู้กำกับ Reply1988 เล่า เขาเล่าความจน ความ struggle ออกมาได้อบอุ่นน่ารักมาก

นี่คือรีเสิร์ชที่เราใช้พ่อขับรถ (และเรายื่นกล้องออกไปนอกรถ รีบถ่ายรีบไปเพราะโดนรถข้างหลังบีบแตรใส่) ภาพที่สองคือการลองวัดขนาดพื้นที่เป็นคู่ๆ มาเทียบให้เห็นความแตกต่างWide and Narrow Presentation-20.jpg

Wide and Narrow Presentation-18.jpg

พอรีเสิร์ชเสร็จแล้ว เราก็มาคิดต่อว่าจะเล่าเรื่องยังไงดีน้าให้เห็นถึงความต่างของขนาด จึงคิดวิธีสร้าง visual โดยดึงกิจกรรมที่ ‘คน’ สามารถทำได้ในพื้นที่ขนาดต่างๆ มาใช้ แต่ละหน้าคู่ก็มีมุกต่างๆ กันไป

เราวาดภาพด้วยมือ แล้วถึงลงสีในคอม เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้ รู้สึกเหนื่อยมาก!!!! ไซส์ของรูปเล่มและกระดาษเป็นแผ่นแคบๆ ยาวๆ เปิดหน้าทิศขึ้นลง คล้ายสมุดใบลาน แต่จริงๆ แล้วเราต้องการสื่อถึงสเกลแปลกที่ด้านนึงกว้างมาก ด้านนึงแคบมาก

แก้.jpg

Wide and Narrow Presentation-11wide-and-narrow-presentation-19.jpgwide-and-narrow-presentation-01-e1509439785556.jpgwide-and-narrow-presentation-02-e1509439835791.jpgwide-and-narrow-presentation-03-e1509439934349.jpgWide and Narrow Presentation-04wide-and-narrow-presentation-05-e1509440077353.jpgwide-and-narrow-presentation-06-e1509440131432.jpgWide and Narrow Presentation-12

 

รูปถ่ายเล่มจริง เย็บเองด้วยนะ!

Wide and Narrow Presentation-07Wide and Narrow Presentation-09Wide and Narrow Presentation-08

Don’t wear such a grim face!

artboard-13.jpgArtboard 15

ไม่ได้อัพบล็อกมาตั้งแต่เรียนจบปี 2 แน่ะ เพราะว่าปิดเทอมนี้ไปฝึกงานมาที่ Sarintgamol Textile Studio ล่ะ พี่ลูกหนูเจ้าของสตูดิโอให้น้องฝึกงานทำโปรเจคต์ส่วนตัวคนละอย่างมานำเสนอ ซึ่งเราก็บ้าๆ บอๆ ทำของที่ตัวเองอยากได้ไป

โปรเจคนี้ชื่อ Don’t wear such a grim face! ซึ่งตั้งใจจะบอกอ้อมๆ ว่า Wear a Grimm’s instead! ฮิๆ

พอดีโรคคลั่งยุคกลางยังไม่หายขาด ก็เลยเอาเรื่องนี้มาทำอีกแต่เป็นส่วนของนิทานกริมม์แทน ความลับของเราก็คือว่าจริงๆ ก่อนขึ้นประถมหนึ่งยังอ่านหนังสือไม่คล่องเท่าไร แม่ซื้อนิทานกริมม์มาให้อ่านชุดนึงมีหกเล่ม แล้วมันสนุกมากจนเราต้องยอมอ่านเอง รอให้คนอื่นอ่านให้ฟังไม่ไหวแล้ว สุดท้ายก็เลยเรียกได้ว่าชอบอ่านหนังสือไปเลยเพราะนิทานกริมม์นี่แหละ คิดว่ารากฐานการชอบเรื่องลึกลับของเราก็ต้องมาจากนิทานนี้ด้วยแน่ๆ เพราะเรื่องมันค่อนข้างโหดร้ายสำหรับเด็ก แม่คงไม่ได้สกรีนก่อนซื้อชัวร์

Artboard 7.jpg
ยุคกลางของฉัน
Artboard 4.jpg
รวบรวมภาพประกอบนิทานกริมม์มาดูซิ

โปรเจคต์เราคือ ทำ accessories ที่ได้แรงบรรดาลใจจากนิทานกริมม์ เราก็เลือกเรื่องที่แปลกๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักมาทำเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ด้วยเทคนิคพวก felting ปักผ้า โครเชต์ ผสมกัน ผลคือทำนานมากกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใช้เวลาทำอยู่เป็นเดือนเลย นั่งทำจนตาหลุด แม่ก็ด่า (ใช้แม่ถักโครเชต์) แต่สุดท้ายก็คิดว่าออกมาน่ารักดีเหมือนกันนะ

ขอบคุณพี่ลูกหนู advisor ฮ่าๆๆๆ สำหรับการฝึกงานที่สุดแสนเม้ามอยและสนุกสนาน ขอบคุณแม่ที่คอยนั่งช่วยตลอด ทั้งปักไข่มุกและถักโครเชต์ ขอบคุณท๊อตตี้ที่น่ารักก ช่างกล้องของเราที่อุตส่าห์ออกจากบ้านมาถ่ายรูปให้โดยเฉพาะ ขอบคุณพี่เบญ ช่างกล้องที่น่ารักอีกคน ขอบคุณพี่ปุ๋ยและพี่ปิงปองผู้น่ารักก ขอบคุณพี่ณัฐพี่ปั้นที่คอยทนเราส่งรูปไปอวดด้วยค่ะ ขอบคุณเจ้ามายสำหรับคำแนะนำและปรึกษาด้วย

ชิ้นแรกคือ Rapunzel’s Bonnet

Screen Shot 2560-08-11 at 4.21.07 PM.png

จริงๆ แล้วใครๆ ก็รู้จักเรื่องราพันเซล แต่เราไม่ได้สนใจหรือชอบเรื่องของเจ้าหญิงผมยาวนี่เลย ยกเว้นที่ว่าราพันเซลได้ชื่อนี้มาเพราะแม่ราพันเซลแพ้ท้องอยากกินผักกาด (ผักกาดชื่อราพันเซลของเยอรมัน) พ่อเลยไปขโมยผักในสวนแม่มดมาให้กิน ชอบแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เลยอยากทำสวนผักกาดเป็นผ้าโพกหัว

งานนี้ก็สนุกตรงที่ปักดีเทลดอกไม้ตรงขอบที่สุดเลย เพราะผักแม่เป็นคนถัก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลายปักดอกไม้ที่ขอบไม่เหมือนกันทุกดอกเลยนะ

DSCN9156.jpgArtboard 6.jpg

 

เซ็ตเข็มกลัดมีทั้งหมด 4 ชิ้นมาจากคนละเรื่องกันหมดเลย

1 – เข็มกลัด ‘สิงโตชอบกินขนมปัง’ จากเรื่อง Water of Life

เล่าย่อๆ ประมาณว่า พระราชาแก่มากเลยใช้ลูกสามคนไปตามหาน้ำอมฤทธิ์ ตามสไตล์นิทาน พี่ชายสองคนก็ปากไม่ดี เลยไปพูดจาดูถูกคนแคระที่รู้ว่าเคล็ดลับการปราบปราสาทที่น้ำนี้อยู่ทำยังไงถึงจะรอด ก็เลยเดี้ยงหาไม่เจอ แต่น้องชายคนสุดท้องใจดีเลย คนแคระเลยเอาขนมปังให้สองก้อนบอกว่าให้โยนให้สิงโตที่เฝ้าปราสาทอยู่กิน มันจะได้หลับไปไม่มาวอแว

screen-shot-2560-08-11-at-4-36-26-pm.png

DSCN9119

 

2 – เข็มกลัด ‘เตาเหล็กซ่อนคนหล่อ’ จากเรื่อง The Iron Stove

เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหญิงไปเดินเล่นแล้วเจอเตาเหล็กทิ้งขว้างอยู่ในป่า เตาพูดได้บอกว่าให้ช่วยเขาออกไปที เจ้าหญิงเลยเอาส้อมขูดๆ เป็นรูมองเข้าไปเห็นตาอันสวยงามอยู่ข้างในจึงสรุปว่าต้องเป็นคนหล่อแน่ๆ เรื่องต่อจากนี้ก็ตามระเบียบ มีการหักหลังและคบชู้

 

DSCN9125

 

3 – เข็มกลัด ‘คนแคระขนไข่มุกมากเกินไปจนมองไม่เห็นตัว’ จากเรื่อง Snow-white and Red-rose

เป็นเรื่องที่ไร้คุณธรรมสอนใจพอควร มีพี่น้องผู้หญิงหน้าตาดีสองคนอยู่กับแม่ในบ้านกลางป่า อยู่มาวันนึงก็มีหมีมาขออยู่ด้วย หมีใจดี แต่ตอนกลางคืนหมีจะออกไปเฝ้าสมบัติของหมี วันหนึ่งพี่น้องเดินในป่าเจอคนแคระหอบของมาเยอะแยะและสะดุดรากไม้หน้าคว่ำ เคราพันกัน พี่น้องเลยช่วยกันเอากรรไกรมาตัดเคราออกทำให้คนแคระโมโหมาก เรื่องก็เกิดซ้ำๆ จนคนแคระเคราสั้นลงเรื่อยๆ ตอนจบสรุปว่าสมบัติที่คนแคระหอบของไข่มุกของหมีที่อุตส่าห์เฝ้าอยู่นาน หมีโมโหฆ่าคนแคระ หมีจริงๆ แล้วเป็นพระราชาโดนสาปมา จบ

Artboard 14

DSCN9135

 

4 – เข็มกลัด ‘ไปหยิบแอปเปิ้ลจนหัวหลุด’ จากเรื่อง The Juniper Tree

โหดร้ายและไม่เหมาะกับเด็กด้วยประการทั้งปวง เรื่องมีอยู่ว่า เด็กผู้ชายอยู่กับน้องสาว แม่เลี้ยง และพ่อ วันหนึ่งแม่เลี้ยงใช้ให้เด็กผู้ชายไปหยิบแอปเปิ้ลในหีบ พอเห็นเด็กก้มหัวลงไปก็เลยได้ทีปิดฝาหีบดังฉึบ หัวหลุดลงไป แม่เลี้ยงเลยฉลาดเอาหัวไปตั้งไว้บนตัวแล้วใช้ให้ยายน้องสาวไปสะกิดปลุกพี่ชาย น้องสาวสะกิดปุ๊บหัวก็โคลงเคลงลงมา น้องตกใจใหญ่ เรื่องต่อจากนี้ก็คือพี่ชายได้ไปเกิดใหม่เป็นนกที่ชอบร้องเพลงบนต้นจูนิเปอร์ ร้องไปร้องมาก็คาบเอาหินโม่มาทับคอแม่เลี้ยงหักแก้แค้นซะเลย จบ

artboard-12.jpg

DSCN9137

 

 

 

DSCN9155

รูปรวมข้าวของต่างๆ

ให้เจ้าที่นำทาง

จริงๆ วันนี้เป็นวันทำงาน และดันตื่นบ่ายโมงเพราะตั้งนาฬิกาปลุกผิดจาก 9 AM เป็น PM เศร้ามากกกกก แต่ก็มิวายขออัพบล็อกก่อนทำงาน

วันนี้ตั้งใจจะทำ Research งานลายผ้าที่พี่กราฟมาสอน ไว้โปรเจคนั้นเสร็จจะมาเล่าให้ฟังในอีกเอนทรีนึง งานในเอนทรีนี้จบไปนานนนนนนนนนนแล้ว ลงไปในเฟซบุ๊กแล้วด้วยแหละ

งานคือทำระบบ Wayfinding ให้ Community Mall ใกล้บ้าน เราเลือก Paseo สาขาราชพฤกษ์ที่เค้าตั้งใจทำให้มันดูญี่ปุ่นๆ น่าเสียดายที่มันดูญี่ปุ่นปลอมไปหน่อย ตอนเปิดใหม่ๆ ดูโอเคแต่พอบริหารไปบริหารมาน่าจะไม่มีคนมาดูแลเรื่อง Authenticity ญี่ปุ่นที่แท้จริง เลยมีทั้งแมวกวักยักษ์และกิ่งซากุระปลอมเยอะแยะ

เราทำคอนเซปต์ ‘ให้เจ้าที่นำทาง’ แล้วเอาผีญี่ปุ่นมาใช้เป็นคาแรคเตอร์ในระบบ ในโปรเจคจะได้ออกแบบป้ายต่างๆ ด้วย โพสต์ไว้ให้ดูเล่นๆ ในนี้แล้วกันเนอะ

wayfinding-01.jpgwayfinding-02.jpgwayfinding-04.jpg

ให้เอฟเฟคต์แบบลายพิมพ์บนกระดาษเล็กน้อยตรงที่เป็นจุดๆ จางๆ

Screen Shot 2560-05-13 at 1.45.58 PMScreen Shot 2560-05-13 at 1.45.48 PM

ภาพไซด์วิว กับป้ายเรืองแสงที่วูบวาบตอนกลางคืนเข้ากับความเป็นเจ้าที่ รูปล่างเป็นซีเควนซ์ไฟที่คิดไว้เล่นๆ

Screen Shot 2560-05-13 at 1.52.42 PM.png